ทำบุญวันเกิดอย่างได้บุญล้นเหลือ..แบบใดดี..?

๑๖ สิงหาคม วันนี้เป็นวันเกิดของผม… ถ้าหากวันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิดของคุณล่ะ คุณจะทำอะไรดี ให้เป็นวันที่สุดประเสริฐในชีวิตของคุณที่ได้เกิดมาในโลกใบนี้  ซึ่งหลายคนต้องนึกถึงการทำบุญกันเป็นอันดับแรก ลองมาดูกันไหมครับว่าเราจะทำบุญได้สักกี่วิธี  

บุญฉลองวันเกิดแบบตามประเพณี ก็คือ การทำบุญใส่บาตรตอนเช้าตรู่  ผมและอีกหลายๆคนที่นับถือพุทธศาสนาก็คงจะต้องทำบุญด้วยวิธีนี้เป็นแน่ (ดังในภาพบน)  ของขวัญที่ได้รับก็คือ บุญหรือความสุขที่จะเป็นศิริมงคลที่ชีวิตของเราจะต้องผ่านพ้นสิ่งร้ายๆไปได้อีก ๑ ปี

บุญฉลองวันเกิดแบบรับพร สนุกสนาน ร้องเพลง Happy Birthday .. Happy Birthday ก็เป็นแบบธรรมเนียมฝรั่งๆ ซึ่งพวกเราคนไทยก็รับเอาวัฒนธรรมของต่างชาติมาอย่างเต็มใจเสียด้วย  จัดงานเลี้ยงรื่นเริงกัน ชวนเชิญเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง ไปเลี้ยงอาหารกันที่ร้านอาหาร ภัตตาคาร หรือที่บ้านของคุณ  พอถึงเวลาก็จุดเทียนเป่าเค๊กกันตามระเบียบ ร้องเพลง Happy Birthday to you.. Happy Birthday to you …และยิ่งสมัยนี้มี VDO Karaoke ด้วย มันจะแฮ็ปปี้กันขนาดไหน…  แล้วก็ตัดเค๊กกินกัน  เลี้ยงฉลองด้วยอาหารเลิศหรู นานๆ กินที ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก ของขวัญที่จะได้นั้นเล่า ก็ใครจะมากินกันเปล่าๆ เล่า เขาก็หิ้วของขวัญติดไม้ติดมือกันมา  ยิ่งถ้าเป็นคนมีระดับด้วย จะเป็นไฮโซไฮซ้อทั้งหลาย ก็ยิ่งจะได้รับของขวัญมีราคาแพงๆ ไปด้วยล่ะ     การจัดงานวันเกิดวิธีนี้ก็ต้องเป็นของคนดัง คนมีกะตังเขาทำกันเท่านั้นละ  คนจนๆ ก็ต้องปล่อยให้เป็นวันหงอยๆ กันไปไม่มีอะไรพิเศษ ได้มีกินไปวันๆ ก็สุขเหลือหลาย   นี่ก็เป็นวิถีของสังคมชาวโลกโดยทั่วไป คือ การฉลองวันเกิดแบบต้องใช้เงินฟุ่มเฟือยกัน แล้วใครจ่ายล่ะ วันเกิดใครคนนั้นก็จ่ายสิเน้อ

บุญฉลองวันเกิดแบบผู้มีบารมี …   ไม่ได้กล่าวกระทบผู้ใดจริงๆ นะครับ ถ้าเป็นสำหรับบุคคลในสังคมทั่วไปละก็ งานที่จัดมันจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน ต้องใช้เงินมากมายมหาศาลเพียงใดท่านทั้งหลายก็ลองจินตนาการเอาเองก็แล้วกัน  ต้องกินของดี ได้ของขวัญก็ต้องให้สมกับหน้าตาท่าน เอมันชักจะเริ่มสร้างความลำบากใจให้กับผู้ที่ได้มางานเสียแล้ว

ผู้คนที่มาในงานเลี้ยงนับพันๆคน อาจถึงหมื่นคน  มีให้ท่านได้เห็นกันจริงๆ   คนเก่ากลับไปแล้วคนมาใหม่ก็ยิ่งมา ไม่ขาดสาย (ดังในภาพ)  

ผมจะขอไม่ขอพูดถึงผู้มีบารมีทางโลกสังคมหรอกนะครับ เพราะมันอาจเสี่ยงคุก เอ๊ยไม่ใช่  เพราะว่าทุกคนก็คงนึกภาพออกแล้ว   แต่ผู้ที่ผมจะได้กล่าวถึงนี้ เป็นผู้มีบารมีอย่างแท้จริง แต่เป็นบารมีธรรม    อาหารอย่างหลายหลากรสที่นำมาจัดเลี้ยงกัน จึงเป็นของผู้ที่มีจิตศรัทธานำมาร่วมงานโดยไม่คิดมูลค่า  กลายเป็นโรงทานดังในสมัยพุทธกาลนั่นเองและถือเป็นของขวัญอย่างหนึ่งที่มาร่วมงานด้วย

เนื่องในวันพุธที่ ๑๕ สิงหาคมที่ผ่านมา ที่จังหวัดสิงหบุรี  มีงานวันเกิดครบรอบ ๗๙ ปี ของพระอาจารย์กรรมฐาน

ผู้มีชื่อเสียงท่านหนึ่ง ซึ่งหลายท่านต้องรู้จักแน่ๆ ท่านคือ หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม แห่งวัดอัมพวัน อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี

 

งานแสดงมุทิตาจิตวันเกิดนี้จัดขึ้นภายในวัดอัมพวัน  มีสานุศิษย์และผู้คนมากมายจากทั่วทุกสารทิศมาร่วมในงานจนกระทั่งทำให้บริเวณวัดคับแคบไปทันตา แม้กระทั่งกุฏิของหลวงพ่อจรัญ ที่สวยงามและกว้างขวางดูเล็กไปถนัดตา

ภายในห้องกุฏินี้ยังได้มีการแจกภาพโปสเตอร์หลวงพ่อจรัญและหนังสือธรรมทานอีกมากมาย โดยพระสงฆ์และสานุศิษย์ผู้ช่วยทำหน้าที่แจกของ   หนังสือและภาพพิมพ์นี้ผู้มีจิตศรัทธาได้จัดพิมพ์มาร่วมกุศลธรรมทาน เป็นของขวัญมอบให้หลวงพ่อจรัญ มีจำนวนมากมายมหาศาล

 

และนอกจากนี้ ก็ยังมีญาติธรรมสาธุชนเข้าร่วมปฏิบัติธรรมกรรมฐาน สร้างบุญกุศลให้กับจิตใจตนเองร่วมกันอีกเป็นจำนวนมาก

ในการปฏิบัติธรรมกรรมฐานที่วัดนี้ปฏิบัติภาวนาใช้คำบริกรรมในเบื้องต้นว่า “ ยุบหนอ พองหนอ”

ผู้มีจิตศรัทธาทั่วทุกสารทิศยังได้ถวายมาลัยแสดงมุทิตาและร่วมกันบริจาคทรัพย์แก่องค์หลวงพ่อจรัญ โดยการต่อแถวกันล้นหลามจนแถวยาวล้นออกมานอกอาคารจนสุดจะประมาณได้

 

หลวงพ่อจรัญจึงนับเป็นพระอาจารย์สายปฏิบัติธรรมกรรมฐานที่มีบารมีสูงยิ่งผู้หนึ่ง ซึ่งมีผู้คนนับถือเคารพบูชาเป็นจำนวนมาก  การทำบุญวันเกิดของท่าน ถ้ามองในภาพรวมแล้ว หากเป็นบุคคลธรรมดาจะต้องใช้เงินทองจำนวนมหาศาลในการทำบุญวันเกิดอย่างนี้  แต่กลับมีศรัทธามหาชนหลั่งไหลมาช่วยกันสละทั้งเงินทองทรัพย์สินมากมาย เต็มใจบริจาคเป็นของขวัญให้แก่ท่านดังนี้  นับว่าเป็นการทำบุญอย่างเป็นผู้มีบารมี (แบบที่ ๑) ที่ต้องใช้เงินทองมากมาย ต้องเบียดเสียดกันบ้าง แต่ก็มีผู้ยินดีกระทำนั่นเอง

พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ  ฐิตธมฺโม)

ทำบุญวันเกิดแบบผู้มีบารมี แบบที่ ๒  ยังมีผู้มีบารมีอีกท่านหนึ่ง เป็นผู้ที่ถือได้ว่าเป็นนักปราชญ์แห่งธรรม หลายคนคิดว่าท่านเป็นพระอริยสงฆ์ และยังได้รับรางวัลยกย่องจากองค์การยูเนสโกอีกด้วย  ผลงานคำสอนของท่านมีอยู่มากมายเหลือคณานับ  ถึงแม้ว่ากายท่านจะล่วงลับจากไปแล้วหลายปี แต่ยังมีบรรดาสานุศิษย์ของท่านไปรวมกันแสดงมุทิตาจิตที่สำนักของท่าน คือสวนโมกขพลาราม ไชยา สุราษฎร์ธานี ในวันเกิดของท่านทุกปีคือ วันที่ ๒๗ พฤษภาคม ซึ่งเรียกว่าวันล้ออายุ ท่านผู้นั้นก็คือ ท่านพุทธทาสภิกขุ อินทปัญโญ พระธรรมโกศาจารย์

ที่สวนโมกข์ฯ นี้ในงานวันล้ออายุ (วันเกิด) ของท่าน วันที่ ๒๗ พฤษภาคม ของทุกปี ก็ยังมีผู้มาร่วมงานจำนวนมากเช่นเคย โดยไม่มีการจัดเลี้ยงฉลองอะไรใดๆ ทั้งสิ้น ทำตามคำสั่งของท่านอาจารย์พุทธทาส ที่ไม่นิยมจัดงานฉลองเลี้ยงกันฟุ่มเฟือยแบบสังคมโลกให้น่าละอาย  แถมยังมีการให้ของขวัญแด่ท่านด้วยการอดอาหาร ๓ มื้อตลอดวัน เสียด้วยซ้ำไป ทานได้แต่น้ำปานะเท่านั้น  โดยมิได้ถือเป็นการทรมานตนแต่อย่างใด  เป็นการเผชิญหน้ากับความคิดที่เป็นกิเลสหลอกลวงเราโดยเฉพาะ

และมีสัปดาห์การฝึกปฏิบัติธรรมที่จัดขึ้นพิเศษในช่วงเวลานี้ด้วย จัดที่ฝั่งสวนโมกข์นานาชาติ ซึ่งปกติเป็นสถานที่ฝึกสมาธิภาวนาให้กับชาวต่างประเทศในทุกๆเดือน  การภาวนาใช้แบบ “อานาปานสติ” กำหนดลมหายใจเข้าออก

เวลาที่เหลืออยู่ในวันล้ออายุตลอดวัน ก็จะมีการฟังเทปปาฐกถาธรรมของท่านพุทธทาส ๓ กัณฑ์ด้วยกัน ในบริเวณลานหินโค้ง ท่ามกลางธรรมชาติป่าอันบริสุทธิ์ คือ กัณฑ์ที่ ๑ ตั้งแต่เวลา ๙ นาฬิกา (กัณฑ์ละประมาณ ๒-๓ ช.ม.) กัณฑ์ที่ ๒ ในเวลา ๑๕ นาฬิกา และกัณฑ์ที่ ๓ ในเวลา ๒๐ นาฬิกา ทำบรรยากาศราวกับว่าท่านพุทธทาสยังมีชีวิตอยู่และยังแสดงธรรมะให้พวกเราฟัง เพื่อขจัดขัดเกลากิเลสของพวกเราให้เบาบางจากความหลงยึดถือในตัวตนของตน  เวลานอกจากนี้ก็มีเวทีการอภิปรายธรรมกันโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่มาร่วมงานกันมากมาย มีการสวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น

นอกจากนี้ก็ยังมีการแจกหนังสือธรรมะ ภาพโปสเตอร์ท่านอาจารย์พุทธทาส ซึ่งสานุศิษย์ที่เป็นสำนักพิมพ์หลายแห่งได้พิมพ์นำมาแจกให้ญาติธรรมผู้มาร่วมงานล้ออายุที่สวนโมกข์แห่งนี้ (ถือเป็นของขวัญที่มอบให้ท่าน) ในปีนี้ผมก็ยังได้ผลิตซีดีธรรมทานชุด “พระอริยธรรมท่านพุทธทาส” ไปแจกอีกด้วย

จึงนับได้ว่าเป็นการทำบุญวันเกิดของผู้มีบารมีแบบที่ ๒  แบบที่ไม่มีความสิ้นเปลืองอะไรนัก แถมยังได้ขจัดเกลากิเลส ผจญกับกิเลสของตัวเราคือความกลัวตาย ซึ่งท่านพุทธทาสกล่าวชวนให้พิสูจน์ธรรมความจริงที่ว่า “อดอาหารวันเดียวนะ มันไม่ตายหรอก เด็กทารกเกิดมาจากท้องแม่ในวันแรก กินนมก็ยังไม่เป็น ไม่ได้กินอะไรก็ยังไม่ตายเลย”

การทำบุญที่กล่าวข้างต้นรวม ๔ แบบ ท่านทั้งหลายจะเลือกทำบุญวันเกิดให้ได้บุญล้นเหลือกันแบบไหนกันดีเล่าครับ

แบบที่หนึ่ง บุญประเพณีวันเกิด ใส่บาตรตอนเช้าแบบธรรมดาทั่วไป

แบบที่สอง บุญรับพร สนุกสนาน ฉลองกันให้สุขสันต์กายใจ แต่ต้องจ่ายหนักทุกฝ่ายทั้งผู้จัดและผู้มาร่วมงาน

แบบที่สาม ทำบุญวันเกิดแบบผู้มีบารมีที่ต้องเบียดเสียด  มีผู้มีจิตศรัทธาร่วมแสดงมุทิตาร่วมทำบุญมาจ่ายแทนให้ แต่ร่วมฉลองกันแบบที่ต้องเบียดเสียดวุ่นวาย

แบบที่สี่ ทำบุญวันเกิดแบบพระอริยะผู้มีบารมี ชนิดไม่เชิญชวนให้เสียเงิน ไม่มีจัดเลี้ยง ไม่ส่งเสริมความฟุ่มเฟือย ไม่ต้องเบียดเสียดกัน มุ่งสงบใจด้วยการฟังธรรม ปฏิบัติธรรมร่วมกันทั้งวัน มุ่งแต่การขจัดกิเลสให้หมดไปในวันครบรอบวันเกิดครั้งนี้

ขอเชิญท่านออกความคิดเห็นท้ายบทความนี้ ว่าท่านชอบทำบุญวันเกิดแบบไหนกัน มาให้ทราบกันบ้างเป็นไง โดยผมจะมีของขวัญสมนาคุณให้กับท่านที่ออกความคิดเห็นมาให้ทราบกัน เป็นซีดีที่แจกเป็นธรรมทานในงานครบรอบ ๙๖ ปีท่านปัญญา นันทภิกขุ (แผ่นปั้ม)  

จะส่งให้เฉพาะท่านที่ส่งซองเปล่าติดแสตมป์ ๕ บาท พร้อมเขียนจ่าหน้าซองส่งกลับถึงตัวท่านเอง ขนาดซอง ๕x๗นิ้ว (C5) พร้อมแนบซีดีแผ่นเปล่าสกรีนสีขาว/สีอ่อนๆ มาให้ด้วย ๑ แผ่น (ไม่ต้องส่งกล่องพลาสติกมาให้) เพื่อผมจะนำไปบริจาคต่อให้วัดชลประทานฯ ต่อไป  (หมดเขตส่ง ๓๑ ต.ค. ๒๕๕๐ นี้)  ซองเปล่าและแผ่นซีดีเปล่านี้ส่งมาขอซีดีเทศนาธรรมของท่านปัญญาได้ที่

กองทุนโตสื่อพระธรรม  เลขที่ 76 (509/28) ถ.จรัญสนิทวงศ์ 75/1 บางพลัด กรุงเทพฯ 10700

ที่มา http://www.oknation.net/blog/print.php?id=97176



Leave a Reply

Formatting: You can use these tags: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

Other Entries

ทําบุญวันเกิด

UserOnline

  • No User Is Browsing This Page

Last twitter